มาแล้วโครงสร้างกระตุ้นให้คนออกมาใช้เงินของภาครัฐด้วยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ผมล่ะงงกับนโยบายของรัฐบาลจริง ขอความร่วมมือให้ประชาชนพยายามอย่าออกจากบ้าน   ให้ Work Form Home หรือต้องสลับวันกันทำงาน  กำหนดเวลาปิดหน่วยงานห้างร้านต่างๆให้เร็วขึ้น   กำหนดเวลาเปิดปิดร้านสะดวกซื้อ   ห้ามนั่งรับประอาหารในร้านต้องซื้อกลับบ้านเท่านั้น    ร่วมไปจนถึงต้องใส่แมสตลอดหากออกมาข้างนอกเคหสถาน แม้จะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวกับคนในครอบครัวเราก็ตาม   และมีมาตราการอื่นๆอีกมากมาย   ถึงขั้นนำมาทำเป็นคำขวัญกันเลยที่เดียว #อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

เอาล่ะครับในเมื่อมีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ออกมาแบบไม่เหมาะสมกับสถานการณ์กับปัจจุบัน แต่สำหรับท่านที่ต้องการใช้โครงการนี้ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขให้ดีก่อน  เพราะรอบนี้มีเป้าหมายแบบป้องกันการทุจริตเป็นหลัก   เริ่มต้นตั้งแต่โรมแรมที่ต้องการเข้าร่วมโครงต้องลงทะเบียนใหม่   ในส่วนของประชาชนเริ่มเปิดจองสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษาคม 2564 และสิทธิได้ถึงเดือนสิงหาคม 2564  โดยจำกัดสิทธิไว้ 2,000,000 ห้อง  ด้วยงบประมาณ 5,700 ล้านบาท  เงื่อนไขที่เปลี่ยนไปมีดังนี้

      1. ระยะเวลาในการจองห้องพักล่วงหน้าจาก 3 วัน เป็น 7 วัน
      2. ต้องจ่ายค่าห้องพักผ่านแอปเป๋าตังและรับเงินผ่านแอปถุงเงินเท่านั้น
      3. ต้องยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าเมื่อเข้าเช็กอิน
      4. E-Voucher ร่วมจ่าย 40% ต่อวัน ในวันธรรมดาจากเดิม 900 บาท เหลือ 600 บาท ส่วนวันหยุดเป็น 600 บาทเหมือนเดิม
      5. ต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดเท่านั้น

เป็นไงครับอ่านแล้วคิดเหมือนผมไหมครับ (จะมีมาตราการนี้ออกมาทำไม ?) สถานการณ์ก็ไม่เหมาะสม  เกิดความยุ่งยากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและประชาชนเพิ่มขึ้น  เงินที่ร่วมจ่ายก็ลดลง  เหตุผลเพราะจะกันไม่ให้ผู้ประกอบการทุจริต  ผมคิดว่านี้ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ  และหลายครั้งผมรู้สึกว่านิสัยทุจริตเป็นพื้นฐานนิสัยของคนในสังคมไปแล้ว  เหมือนถูกปลูกฝั่งมาจากรุ่นสู่รุ่น เรื่องนี้พูดแล้วเดี๋ยวยาว

ทุจริต

กลับมาที่เรื่องโครงเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ทำไมผมถึงคิดว่าโครงการนี้แย่ นอกจากเหตุผลที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยจะวิเคราะห์แค่เฉพาะเงื่อนไขที่ปรับเปลี่ยน 5 ข้อข้างบน

  1. ระยะเวลาในการจองห้องพักล่วงนานขึ้น มีผลเสียในเรื่องการวางแผนเดินทาง การปรับเปลี่ยนแผน ส่วนตัวผมได้มีโอกาสใช่ โครงเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 1 โดยไปเที่ยวตั้งแต่ก่อนปีใหม่ประมาณ 10 วัน ยังรู้สึกว่าการต้องจองล่วงหน้า 3 วันไม่ค่อยสะดวก
  2. การจ่ายแอปเป๋าตัง เกิดความไม่สะดวกที่ต้องโอนเงินเข้าแอปก่อน จึงค่อยจ่ายได้ (เพราะคงไม่มีใครทิ้งเงินไว้ในแอปเป๋าตัง ตามที่รัฐฯตั้งใจไว้ใช่ไหมครับ) อย่างการไปเที่ยวของผมช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา มีบ้างโรมแรมให้ชำระผ่านบัตรเครดิตได้ โดยใช้โครงเราเที่ยวด้วยกันที่ได้ส่วนลด 40% ค่าที่พักด้วย
  3. การสแกนใบหน้าเข้าเช็กอิน ข้อนี้แทบไม่อยากคิด จำได้ไหมครับตอนเราจะใช้แอปเป๋าตังครั้งแรกต้องมีการสแกนใบหน้าเพื่อยันยืนตัวตน  แล้วรู้ไหมครับว่าถ้าคนที่สแกนไม่ผ่านต้องไปยืนยันที่ธนาคารกรุงไทยเลยนะครับ  คำถามคือสมมุติไปถึงโรงแรมแล้วสแกนใบหน้า(จากเครื่องของโรงแรม)ไม่ผ่านต้องไปที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อยันยืนตัวตนด้วยใช่ไหม
  4. E-Voucher ร่วมจ่ายลดลง ก็ต้องถามกลับไปว่าแจก E-Voucher ทำไม ไม่ใช่เพราะต้องการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในละแวกชุมชนที่ไปพักหรือ  รัฐฯช่วยจ่าย 40% นั้นหมายเราต้องเองอีก 60% การลด E-Voucher ร่วมจ่ายลงมันจะใช่คำตอบหรือเปล่า
  5. ต้องเดินทางท่องเที่ยวจังหวัด ข้อนี้ไม่ขออธิบายถึงข้อเสียครับ เชื่อว่าพวกเรารู้กันอยู่แล้ว

 

Invisible hand

เล่นหุ้น, forex, bitcoin

ช่วยแชร์หน่อยนะ
error: Content is protected !!