เส้นทางสู่ ความมั่งคั่ง

ความมั่งคั่ง

ขอเริ่มต้นจากคำว่า “เงิน” 
เงิน คือ ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ทุกวันนี้เราพยายามทำหลายสิ่งหลายอย่างก็เพื่อเงิน แล้วคนที่เขาสามารถหาเงินได้มากๆ เขารวยเงินใช่ไหม ต้องตอบว่า ใช่ แต่ผมไม่ได้บอกว่าเขามีความมั่งคั่งนะครับ เพราะรวยตามคำแปลของพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน เป็นคำกริยา แปลว่า ได้มาก เช่น วันนี้รวยปลา มีมาก รวยทรัพย์ รวยที่ดิน

ความมั่งคั่ง

เพราะฉะนั้นคนที่หาเงินได้มากๆเป็นคนรวย แต่ถ้าเขาใช่จ่ายเงินมากเช่นเดียวกัน ก็ไม่ถือว่าเขามีความมั่งคั่ง เพราะความมั่งคั่ง (Wealth) เท่ากับ ทรัพย์สินทั้งหมด – หนี้สินทั้งหมด  เช่นถ้าวันนี้คุณต้องชำระหนี้สินทั้งหมด แล้วคุณยังจะมีอะไรเหลืออีกบ้าง สรุปที่เราขยันหาเงินทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เพื่อรวยเท่านั้น แต่เพื่อให้เรามีความมั่งคั่ง อย่าลืมลองกลับไปสำรวจตัวเองกันนะครับ

เส้นทางสู่ความมั่งคั่งมี 3 องค์ประกอบด้วยกัน

  1. การสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation)
  2. ปกป้องความมั่งคั่ง (Wealth Protection)
  3. เพิ่มพูนความมั่งคั่ง (Wealth Accumulation)

แต่ก่อนที่จะไปเจาะลึกทีละหัวข้อ ผมอยากให้คำจำกัดความของคำว่า “ทรัพย์สิน” ก่อน ทรัพย์สินในที่นี้ผมหมายถึง วัตถุทั้งที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือกรรมสิทธิ์ได้ เช่น รถ บ้าน คอนโด ที่ดิน เงินฝาก พันธบัตร หุ้น กองทุน ทองคำ ฯลฯ ต่อมาผมขอพูดเรื่อง ”รายได้” รายได้มี 2 ประเภท คือ รายได้จากการทำงาน และรายได้จากทรัพย์สิน

  1. รายได้จากการทำงาน (Active Income) คือ จะมีรายได้ก็ต่อเมื่อเราต้องลุกขึ้นไปทำงาน ถ้าไม่ได้ทำจะไม่มีรายได้
  2. รายได้จากทรัพย์สิน (Passive Income) คือ ทรัพย์สินที่มี ทำให้เกิดรายได้ เช่นได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝาก รายได้แบบนี้เราไม่ต้องเหนื่อย

ความมั่งคั่ง

มาถึงตรงนี้ผมอยากให้รู้จักอีกสองสมการ คือ อัตราส่วนความอยู่รอด (Survival Ratio) และ อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio)

ความมั่งคั่ง

อัตราส่วนความอยู่รอด (Survival Ratio) คือ รายได้ทั้งหมดที่เข้ามาเพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่ ถ้าคำนวณแล้วได้น้อยกว่า 1 คือไม่พอ ถือว่าอันตรายมาก เช่นเดือนนี้มีรายได้รวม 40,000 บาท แต่รายจ่ายรวม 50,000 บาท จึงต้องหายืมมา 10,000 บาท ถ้าเดือนหน้าเรายังมีรายจ่าย 50,000 บาทอีก กลายเป็นว่าเราต้องจ่าย 60,000 บาท อันนี้ยังไม่ได้คิดดอกเบี้ยนะครับ แล้วมันก็จะทบเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ฉะนั้นการรู้จักใช้จ่ายจึงมีความสำคัญไม่แพ้กับการหาเงิน

ความมั่งคั่ง

อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio) คือ นำรายได้จากทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวมาคิด ถ้าคำนวณแล้วได้มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ถือว่าดี เพราะเราไม่ต้องออกไปทำงานแล้วมีเงินมาใช่จ่ายในชีวิตประจำวันได้ อ่านมาถึงตรงแล้วพวกเราคงอยากมีอัตราส่วนความมั่งคั่งมากกว่าหรือเท่ากับ 1 กันแล้วใช่ไหมครับ แต่ผมอยากจะบอกว่ายังไม่ที่สุดนะครับ สำหรับผมที่สุด คือ อิสรภาพทางการเงิน หมายถึง มีรายได้จากทรัพย์สินที่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้จ่ายอย่างสบายใจ ติดตามอ่านบทความผมไปเรื่อยๆนะครับ ผมจะเป็นผู้แนะนำให้ครับ

เขียนโดย Invisible hand