มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ (บ้าน) 2020 ตอนที่ 1

จากบทความทั้งสองก่อนหน้ามานี้เราได้ทราบกันไปแล้วเรื่องของเรื่องราวดี ๆ ของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ (ทางการเงิน ) ของประเทศ นำมาช้วยเหลือประชาชนเพื่อเป็นแนวทางการผสานรูปแบบที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญมากเท่าไหร่ นำมาประยุกต์ตัวรูปแบบให้เข้ากับสภาวะได้ดีเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้

ซึ่งทั้งนี้เองในบทความต่อไปนี้ผมเองก็จะขอนำเสนอแผนการฟื้นฟูในรูปแบบ ( ของที่อยู่อาศัย หรือบ้าน ) กันดูบ้างว่าทางภาครัฐเข้าจะมีวิธีการในการสร้างสรรอย่างไรกันบ้างให้ผู้อ่านที่กำลังมีความสนใจในเรื่องนี้ได้ทราบกันในส่วนของมาตรการต่าง ๆ นั่นเอง
จากที่ผมเองได้หาข้อมูลในเรื่องนี้ สิ่งที่ได้รับรู้กับมาตรการที่ภาครัฐบาทได้ทำการสนับสนุนนั่นก็ คือ เรื่องของการสนับสนุนเม็ดเงินสินเชื่อนั่นเอง เป็นการที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าได้ทำการปล่อยกูแบบวงเงินช้วยเหลือแบบขยายระยะเวลาให้กับผู้กู้ที่มีความเดือดร้อนโดยตรงกับสภาวะโรคโควิด -19นี้นั่นเอง ซึ่งผมเองก็มั่นใจว่าผู้อ่านหลายท่านที่เจอเรื่องนี้เข้าไปคงต้องการตัววงเงินช้วยเหลือนี้เป็นแน่ แต่ในวงเงินช้วยเหลือนั่นก็จะมีเงื่อนไขในการทย่อยคืนอยู่เช่นเดียวกัน เพราะเนื่องด้วยตัวเม็ดเงินเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องนำไปช้วยเรื่องของการหมุนเวียนในส่วนอื่น ๆ อีกเช่นเดียวกัน แต่ในเนื้อความที่ผมลองขยายใจความดูแล้วนั่นเหมือนทางภาครัฐบาลเองนั่นเข้าก็มีขีดจำกัดของการขยายเวลาให้ผู้ที่กู้บ้านผ่อนชำระได้ถึง 2 ครั้งเลยนั่นเอง ผมเองยังคิดเลยว่ามองดูแล้วสามารถช้วยประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่จำต้องส่งดอกเบี้ยกูบ้านได้อยู่นั่นเอง ทำให้ผู้กู้เองไม่ต้องมาเสียเรื่องของเครดิตส่วนบุคคลด้วย เพราะเรื่องนี้หากผู้อ่านท่านใดมองว่าไม่สำคัญละก็คุณคิดผิดอย่างแรงขอบอก เพราะในอดีตผมเองก็เคยคิดแบบนั่นเหมือนกัน แต่เมื่อผมได้เห็นเคสตัวอย่างของเพื่อนผมเองแล้วที่ไม่มีเครดิตแต่อย่างใดนั่น เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องใช้เงินหมุนเวียนขึ้นมาก็ต่างร้อนใจกันเลยทีเดียว เพราะวันข้างหน้าไม่มีใครที่จะทราบได้ว่าเราอาจจะต้องการเงินด่วนมาช้วยเหลือเรื่องของที่อยู่อาศัยจริง ๆ เลย อีกส่วนนึงที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้ามามีบทบาทด้วยนั่นก็คือ เรื่องของการยกเว้นส่วนของค่าธรรมเนียมของการจดทะเบียนอสังหาและตัวอาคารชุดร่วมไปด้วย ทุกสิ่งนี้มีวงเล็บว่าจะต้องมาจากการกู้ยืมเท่านั่นตามมารตการช้วยฟื้นฟูตามพระราชกำหนดนั่นเอง ผมคิดว่าเป็นการดีเลย ตามมาด้วยกำหนดให้สถาบันการเงินกำหนดเรื่องของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในสองปีนับจากวันที่ได้รับเงินกู้ยืมนั่นเอง
ส่วนเรื่องของการชะลอหนี้จากการกู้บ้านนั่น ทางภาครัฐเข้าได้ตั้งวงเงินในการเข้ามาช้วยเหลือที่ หนึ่งร้อยล้านบาท(แต่ละผู้ประกอบวิสาหกิจเท่านั่น) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโรคโควิด -19นี้เท่านั่นไม่เกี่ยวเนื่องกับภาวะอย่างอื่นแต่อย่างใด ทางภาครัฐยังตั้งกฎในการบังคับเรื่องการผ่อนระยะเวลาในการชำระหนี้แก่ลูกหนี้ไปอีกด้วย ( ในกรณีที่ลูกหนี้มีการผิดนัดชำระหนี้นั่นเอง ) เพราะในภาวะแบบนี้คงจะเป็นเรื่องยากที่ใครจะไม่เจอกับสิ่งเหล่านี้ ขนาดคนที่มีเครดิตที่ดี ณ ตอนนี้ยังมีเลยที่ต้องกลายเป็นติดยอดหนี้เสียไปแล้วนั่นเอง ส่วนที่จะบอกว่าผู้ให้บริการเจ้าไหนเข้าผ่อนระยะเวลากับเรื่องของการปรับอัตราดอกเบี้ยลงมากน้อยเพียงใดนั่นผมเองคงจะต้องให้ผู้อ่านแต่ละท่านเข้าไปศึกษาโดยตรงตามแต่ละสถาบันการเงินได้ออกประกาศมาจะดีกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่ไม่สามารถระบุได้ตรง เพราะเดี่ยวจะเกิดเป็นดราม่าขึ้นมาอีก ผมละกลัวจ้าเรื่องนี้ อย่างที่แจ้งว่าผมอยากเอาบทความดี ๆ ที่เข้ามาช้วยเหลือผู้อ่านที่กำลังเจอวิกฤติเดียวกันนี้นั่นเอง ไม่ได้หวังเรื่องอื่นแต่อย่างใดทั้งสิน ท้ายบทความนี้หากคุณต้องการทราบว่า ณ ปัจจุบันภาครัฐบาทเข้ามาช้วยเรื่องอะไรกันบ้างแล้วหลังโควิด -19 ที่เปิดเฟส 5 แล้วจ้าในวันที่ผมได้เขียนบทความนี้ออกมาอย่างเป็นทางการนั่นก็ขอให้ติดตามในบทความถัดไปนะครับ

เล่นหุ้น, forex, bitcoin

error: Content is protected !!