มาตรการฟื้นฟูการเงิน 2020 ตอนที่ 1

กล่าวถึงวันนี้ เดือนนี้ ปี 2020 ซึ่งเวลาเองก็เดินเร็วมากแปปก็จะเข้าสูเดือนที่ 7 ของปี 63กันแล้วนั่นเอง ซึ่งผู้อ่านท่านใดที่กำลังคิดว่าอยากที่จะมีแผนในการเก็บเงินหรือกำลังวางแผนเรื่องใดอยู่ผมเองก็อยากที่จะบอกท่านว่าให้รีบลงมือทำได้แล้วนะขอบอก

เพราะอีกไม่เกิน 6 เดือนนี้เวลามันเดินไปอย่างรวดเร็วมากก็จะย่างเข้าสู่ปี 2021 แล้วนั่นเองก็ว่าได้ซึ่งในสภาวะโลกที่กำลังเป็นกระแสทางสังคม ณ ปีนี้ทั่วโลกก็ต่างที่จะโดนผลกระทบในเรื่องของไวรัสโควิด – 19 นั่นเองทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกก็ต่างที่จะโดนเรื่องของผลกระทบกันอย่างต่อเนื่องกันเลยทีเดียวพร้อมหน้ากันอย่างมากก็ว่าได้ ผมเองพูดเรื่องนี้ก็เศร้าไปด้วย แต่เมื่อเราผ่านกันไปได้แล้วเรามาดูกันดีกว่าว่า พวกเราควนจะเตรียมรับกับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไปกับภาครัฐอย่างไรกันบ้างนั่นเอง ตามมาครับ
จากที่ผมพูดนำไปแล้วตอนต้นผมก็ได้ไปหาข้อมูลเรื่องของแผนการฟื้นฟูของทางภาครัฐ ข้อมูลที่ผมได้มานั่นก็คือเรื่องแผนการฟื้นฟูแบบกระทัดรัดแต่เหมือนจะสามารถขยายความออกมาได้ใหญ่โตมากมายหากรัฐบาลสามารถทำได้ตามแผนการฟื้นฟูที่ว่าไว้นี้นั่นเอง ซึ่งเรื่องแรกที่ภาครัฐเข้ามองเห็นว่าควรที่จำต้องมีมาตรการที่ต้องเข้าไปดูแลเป็นเรื่องแรกเลยนั่นก็ คือ เรื่องของการเงินนั่นเอง ขอบอกว่าเรื่องนี้ให้พูดขยายความกันสามวันก็คงจะไม่มีวันหมดเป็นอย่างแน่นอน เพราะเรื่องการเงินมันกวางเป็นอย่างมาก เรื่องแรกที่ผมเห็นได้อย่างชัดเจนมาในตอนนี้ที่ภาครัฐเข้าหน้าจะเข้ามามีบทบาทในเรื่องของการแก้ไขทางการเงินนั่นก็คือเรื่องของเงินออม หรือเรียกชื่อที่ผู้อ่านทุกท่านต่างก็รู้จักกันดีนั่นก็คือ เงินออมนั่นเอง เพราะเรื่องนี้จะมีผลกระทบเป็นอย่างมากเลยสำหรับประชาชนภายในประเทศก็ว่าได้ โดยจากผลการสำรวจของสภาบันการเงินแห่งหนึ่งได้สรุปผลเรื่องนี้ออกมาคราว ๆ ได้ว่า ณ ปัจจุบันค่าเงินบาทของไทยเรานั่นมีการอ่อนค่าปรับลงเป็นอย่างมากส่วนตัวเลขนั่นผมเองก็ขอระบุเป็นจำนวนคราว ๆ นะครับผู้อ่านทุกท่าน ณ ตอนนี้อยู่ที่ ( 30.70-31.20 บาท ) เท่านั่นเองซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับนักลงทุนที่มีการรับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศนำมาเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจมันจะมีผลทางงบการลงทุนทันที่ เพราะเมื่อทุกภาคส่วนต่างก็เจอปัญหาเดียวกันจึงทำให้การค้ามีผลติดขัดไปโดยสิ้นเชิงส่งผลให้ตัวสถานะทางการเงินทั้งในประเทศหรือต่างประเทศต่างที่จะต้องเจอกับผลกระทบของตัวเงินเฟ้อมากยิ่งขึ้นเป็นหลายสิบเท่าตัวเลยก็ว่าได้ นี่ขนาดเป็นข้อมูลล่าสุดที่ทางสถาบันการเงินเข้าเตรียมรับมือกับเรื่องราวเหล่านี้กันแล้วก็ว่าได้ แต่กลับกันในบางประเทศมหาอำนาจเข้าก็มีการปรับกลยุทธกันด้วยวิธีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบธนาคารเป็นจำนวน 1.417 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐกันเลยทีเดียว ซึ่งผมเองนั่งอ่านข้อมูลเหล่านี้แล้วก็ต่างซาบซึ่งกับผู้นำของประเทศเหล่านั่นเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการช้วยเหลือประชาชนได้เยอะมากเลยทีเดียวขอบอก อย่างที่ผมกล่าวนำเบื้องต้นไปแล้วว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นทุกส่วนต่อระบบการเสริมสร้างและช้วยเหลือทางด้านการเงินที่มีผลกระทบจากไวรัสโควิด -19 เพราะสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากของการเสริมสภาพคล่องให้การเงินการธนาคารของแต่ละประเทศจะช้วยหนุนเรื่องของความเสถียรภาพให้ระบบการเงินของประเทศเหล่านั่นมีความน่าเชื่อถือนั่นเอง ข้อมูลนี้ผมได้จากระบบการเงินของทางประเทศจีนนั่นเอง ที่ทำการปล่อยเงินกูให้กับธนาคารสากลภายในประเทศเป็นการช้วยระบายเงินสุทธิจำนวน 2 หมื่นล้านหยวนซึ่งจากแหล่งข้อมูลได้แจ้งว่าเป็นการช้วยเหลือในรูปแบบธนาคารกลางเข้าซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณฺชย์ทั้งหลายด้วยเงื่อนไขในการเวียนคืนให้ในอนาคตนั่นเอง ทั้งนี้เรื่องของการเงินภายในประเทศของจีนเองก็มีการส่งเสริมกันแบบต่อเนื่องทำให้เห็นถึงการพัฒนาที่สามารถสร้างเป็นแผนในการต่อยอดเรื่องของการฟื้นฟูเรื่องของการเงินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเป็นอย่างมากเลยก็แทบจะว่าได้
ท้ายบทความนี้ผู้อ่านท่านใดที่อ่านแล้วชื่นชอบผมเองก็อยากจะแนะนำให้ตามอ่านกันต่อในบทความถัดไปว่าจะมีเรื่องราวใดบ้างที่จะช้วยเรื่องของการช้วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเราได้บ้างนั่นเอง

เล่นหุ้น, forex, bitcoin

error: Content is protected !!