มาตรการฟื้นฟู(ประชาชนทั่วไป) 2020 ตอนที่ 2

ในบทความนี้ผมขอต่อเนื่องการฟื้นฟู้เศรษฐกิจ (ประชาชนทั่วไป) กันต่อเลยดีกว่ากับแผนที่รัฐบาลได้คิดออกมาเยียวยาให้ประชาชนทั่วไปได้แบ่งเบาเรื่องของภาระค่าใช้จ่ายโดยตรง ใบบทความนี้อาจจะมีเรื่องที่จะเจาะลึกลงไปเกี่ยวกับแผนแม่บทที่ช้วยกระตุ้นแบบตรงตัวบุคคล ตรงกับกลุ่มที่ได้รับส่วนของผลกระทบอย่างชัดเจนเป็นอย่างมาก มาดูกันดีกว่าว่าจะตรงใจผู้อ่านบ้างหรือมั้ยนั่นเองครับ
จากที่กล่าวนำไปส่วนที่โดนโควิด -19 แบบตรงมากที่สุดก็ไม่พ้นประชาชนกลุ่มของเกษตรกรนั่นเอง เพราะเนื่องจากข่าวที่เราได้รับทางสื่อโซเชียลมีเดียที่ผ่านมาอย่างมากมายเรื่องของเว็บไซร์ที่ออกมาพูดถึงข่าวต่าง ๆ ทั้งจริงบ้างว่าที่นั่นช้วยเหลือ ที่นี้เยี่ยวยาก็ดี จนทำให้เกิดกระแสกันขึ้นมาเป็นอย่างมากเลยว่าบทสรุปแล้วเป็นที่ไหนกันแน่ ทำให้ปัจจุบันทางรัฐบาลจึงได้ออกหน่วยงานที่เข้ามาดูแล one stop service แบบเว็บเดียวครบจบทุกอย่างก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องที่เว็บนี้จะต้องทำการดูแลจากภาครัฐบาลนั่นก็คือ เรื่องการสนับสนุนช่องทางการเยี่ยวยาให้กับเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่รับความเดือดร้อน ที่โดนผลกระทบโควิด -19 เป็นกลุ่มเสียงอันดับแรก ผมคิดว่าเป็นการดีเลยนะครับ เพราะปัจจุบันกระแสโซเชียลเป็นแหล่งข้อมูลที่แรงเป็นอันดับต้น ๆ ของคนนไทยไปแล้ว ในบ้างครั้งหากรัฐบาลได้เข้ามาดูแลในส่วนนี้ก็จะเป็นการที่จะทำให้ประชาชนที่ไม่มีความรู้เรื่องราวเหล่านี้เข้าได้รับการช้วยเหลือที่ตรงกับความต้องการไปเลยทันที ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเสียเวลามากมายหลากหลายขั้นตอนมากจนเกินไปก็ว่าได้
ส่วนต่อมาที่จะช้วยเหลือของรัฐบาลได้ก็จะเป็นแผนการสนับสนุนเรื่องของการพัมนาสินค้า กลุ่ม OTOP นั่นเอง เพราะที่ผ่านมาผมเองก็เห็นมีข่าวเรื่องของการที่รัฐบาลจะทำการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เคยเห็นแผนใดที่ออกมาแล้วช้วยประชนชนทั่วไปได้สักครั้งแต่อย่างใด เอาง่าย ๆ อย่างเงินช้วยเหลือ จำนวน 5000 บาทจำนวน 3 เดือนที่ภาครัฐออกมาก็ยังมีกลุ่มคนที่ตกสำรวจอีกจำนวนมิใช่น้อยเลยก็ว่าได้ที่ยังไม่ได้รับการช้วยเหลือในเรื่องนี้แต่อย่างใด ผมคิดว่าหากรัฐบาลเข้าช้วยเหลือผลักดันให้กลุ่มเหล่านี้สามารถเป็น กลุ่ม OTOP ที่ได้รับมาตรฐานสากลได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีเลยก็แทบจะว่าได้ในส่วนที่เป็นแนวทางกรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้รับมาตรฐานสากลในทุกภาคส่วน เอาง่าย ๆก็ได้ทำให้กลุ่มนี้ได้จดทะเบียนเป็นรูปแบบนิติบุคคลได้ก็จะเป็นการดีเลยก็ว่าได้นั่นเอง
ส่วนต่อมาที่ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือเรื่องของการที่ประชาชนทั่วไปต่างวิตกกังวลในเรื่องของการหายาต้านไวรัสโควิด -19 นั่นเอง เพราะเนื่องจากเรื่องนี้กลายเป็นกระแสทั่วโลกที่ต่างกำลังคิดค้นหากระบวนการสร้างยาต้านตัวไวรัสโควิด -19 นี้ออกมาให้ได้ จนทางภาครัฐจึงออกเป็นมาตรการเบื้องต้นในการยับยั้งเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดกับคนทั่วไปมากยิ่งขึ้น โดยใช้วิธีทางการแพทย์เข้ามาช้วยเหลือนั่นเอง วิธีที่กระทรวงได้นำเสนอนั่นก็คือ การที่ให้ประชาชนต้องยืนห่างกันในระยะ 1 เมตร เพราะจากการวิจัยพบว่าเชื้อโควิด -19 จะมีการกระจ่ายจากคนหนึ่งสู่อีกคนได้ในระยะ 1 เมตรนั่นเอง ทำให้รัฐบาลได้ทำการออกเป็นพื้นที่ส่วนที่จำเป็นจะต้องทำการควบคุม หรือควรจะมีส่วนที่จะต้องมีการขีดเส้นเว้นระยะเอาไว้เพื่อเป็นอุกกรณ์ที่จะช้วยไม่ให้คนทั่วไปมีสิทที่จะแพร่เชื้อหรือติดกันได้นั่นเอง พร้อมทั้งนี้เองทางรัฐบาลก็ได้ออกแนวคิดเรื่องของการผ่อนปรนกิจกรรมในบางประเภทเข้ามาร่วมด้วยในครั้งเดียวกันนั่นเอง เช่นเรื่องที่จะทำให้มีการร่วมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก ก็ทำให้ต้องหยุดเอาไว้ก่อน ทำให้กระบวนการเหล่านี้ได้ส่งผลเป็นที่น่าพอใจทั้งในและต่างประเทศเลยทีเดียว จนทำให้นานาประเทศต่างก็แสดงความชื่นชมในเรื่องของการร่วมมือในการควบคุมเรื่องของการแพร่เชื้อโควิด -19 ลงไปได้นั่นเอง
ท้ายนี้ผมเองก็ร่วมแสดงความยินดีกับแฟนฟื้นฟูเศรษฐกิจ (ประชาชนทั่วไป) ของทางภาครัฐบาลด้วยที่ออกมาแล้วสามารถประยุกต์ใช้งานได้เป็นที่น่าพอใจเลยก็ว่าได้ ทำให้เห็นถึงการร่วมแรง ร่วมใจในการร่วมกันหยุดเรื่องราวที่ไม่ดีเหล่านี้ไว้ได้นั่นเอง

เล่นหุ้น, forex, bitcoin

error: Content is protected !!