การลงทุน

มาตรการฟื้นฟู (ผู้ประกอบการ) 2020 ตอนที่ 1

ฟ้าหลังฝนจากสถานการณ์โรคควิด -19 ที่เหล่าผู้ประกอบการทุกท่านต่างก็ได้รับผลกระทบกันเป็นอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาทั้งในและต่างประเทศกันเป็นเวลายาวนานมาก แต่เมื่อเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วสิ่งที่จะเข้ามาช้วยเหลือในเรื่องนี้ก็จำต้องเป็นภาครัฐบาลเพียงเท่านั่นที่จะต้องเข้ามาช้วยเหลือในเรื่องนี้กับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน

ในเรื่องการสนับสนุนให้เหล่าบรรดาผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กจำเป็นที่จะต้องอยู่ได้หลังจากภาวะของโควิด -19 นั่นเอง ซึ่งจะมีส่วนในการช้วยเหลือในเรื่องใดบ้างเราคงจะต้องมาดูกันอีกครั้งครับ วันนี้ผมคงจะขอนำเสนอเรื่องราวการฟื้นฟู้เศรษฐกิจ ( ผู้ประการ ) จากทางภาครัฐกัไนว่าจะมีเรื่องได้บ้างมาดูกัน
จากข้อมูลที่ผมได้ลองค้นหาดูมาได้เรื่องราวมาอย่างพอสังเขปได้ว่า เมื่อผ่านช่วงวิกฤตโควิด -19 มาแล้วนั่นทางภาครัฐบาลเข้าก็มาร่วมกันคิดแผนการรองรับให้กับผู้ประกอบการที่กำลังรับผลกระทบอย่างมาก ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งสิ่งที่ภาครัฐเข้าจะมีบทบาทในการช้วยเหลือเป็นโครงการแรกนั่นก็คือ เรื่องของการเข้ามาช้วยตั้งกองทุนขนาดเล็กแบบช้วยในการลดภาระหนี้สินให้กับผู้ประกอบการแบบยึดระระเวลานั่นเอง เป็นกองทุนเอสเอ็มอี วงเงินขนาดไม่เกิน 50000 ล้านบาท ออกมาช้วยให้ผู้ประกอบการที่มีผลกระทบโดยตรงได้ผ่านช่วงชะระหนี้ออกไปก่อนได้นั่นเอง เพราะในประเทศไทยเรานั่นมักจะมี ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเอสเอ็มอีเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ในระยะห้าปีที่ผ่านมานั่นเอง โดยจากแหล่งข่าวได้แจ้งมาว่าหากผู้อ่านท่านใดที่กำลังต้องการกองทุนในการช้วยเหลือ ณ ตอนนี้ ก็สามารถที่จะเข้าไปขอวงเงินในการช้วยเหลือเหล่านี้ได้ที่ ธนาคารออมสิน หรืออนาคารเพื่อการเกษตร ( ธ.ก.ส. ) นั่นเอง ส่วนอีกกลุ่มองค์กรณ์ที่จะเข้ามามีบทบาทเรื่องของการช้วยเหลืออีกกลุ่มองค์กรณ์นั่นก็คือ บรรษัทค้ำประกันสินเชื่อขนาดย่อม ( บสย. ) ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการช้วยเหลือผู้ประกอบการต่าง ๆ
ส่วนเรื่องที่ว่าทางธนาคารออมสินนั่นเข้าเตรียมวงเงินในการเข้ามาช้วยเหลือผู้ประกอบการอยู่ที่เท่าหร่ผมเองขอตอบได้เลยว่า เข้าจัดเตรียมไว้ช้วยเหลือในเรื่องนี้เลยที่ 65000 ล้านบาทเลยก็ว่าได้เป็นวงเงินที่จะมาช้วยรื่องของหนี้เสียชนิด ( NPL ) นั่นเอง เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นการดีเลยก็ว่าได้ เพราะหนี้เสียนี้หากถ้าจะให้คิดเป็นตัวเลขน่าจะมีเยอะมากในกลุ่มของผู้ประกอบการขนาดเล็ก เพราะทุกธุรกิจต่างก็เจอกับปัญหาชนิดเดียวกันแบบผลกระทบต่อเนื่องนั่นเอง ซึ่งจะไปบอกว่าสามารถแก้ไขได้จากต้นเหตุตามมูลค้าทางการค้าคงจะไม่สามารถก็ว่าได้ ซึ่งสาเหตุนี้ทางรัฐบาลจึงสั่งให้มีการเข้ามาอุ้มส่วนของเอสเอ็มอีอย่างเต็มทีเลยจริง ๆ ด้วยก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมาผู้อ่านทุกท่านต่างก็ได้รับข่าวสารกันมาบ้างแล้ว เรื่องที่โรงงานอุตสาหกรรมหลายโรงก็ต่างที่จะมีข่าวเรื่องของการปิดกิจการออกมาอย่างมากมาย ซึ่งคงจะเป็นเรื่องของผลกระทบอย่างต่อเนื่องกันมาทำให้ทางภาครัฐจึงขอเสนอแผนการฟื้นฟูแบบต่อเนื่องกันในครั้งเดียวจำนวน 2 โครงการเลยก็ว่าได้
ท้ายบทความนี้ผมก็ขอสรุปสาระในบทความการช้วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 พอประมาณนี้กันก่อนในบทความนี้ ส่วนเรื่องมาตรการต่อเนื่องอื่น ๆ ผมจะขอทำการนำเสนอในบทความถัดไป ขอให้ผู้อ่านที่ติดตามบทความดี ๆ จากเพจของผมสามารถเสนอแนะคำติชมกันเข้ามาได้ ส่วนเรื่องราวในบทความถัดไปนั่นผมจะขอนำเสนอเรื่องอะไรนั่นผมขอกล่าวนำข้างต้นคงจะเป็นเรื่องมาตรการณ์ช้วยเหลือวงเงิน 150000 ล้านบาทจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กับ (บสย.) ที่จะมีโครงการดี ๆ เข้ามาช้วยเหลือผู้ประกอบการที่รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั่นขอบอกว่า ชวนติดตามอย่างแน่นอนสำหรับผู้ประกอบการที่มีความสนใจ หากมีข้อเสนอแนะเรื่องราวใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหมวดเหล่านี้ก็สามารถแนะนำเข้ามาได้ทางอินบล็อกของเพจผมได้เลยทันทีนะครับ ผมขอสัญญาว่าจะนำเสนอข้อมูลดี ๆ ที่สามารถเขียนรีวิวกันได้แบบถูกต้อง ส่วนที่มีผู้อ่านสอบถามว่าแล้วแผนฟื้นฟู้ด้านอื่น ๆ จะมีการเขียนรีวิวหรือมั้ยนั่นผมขอบอกได้เลยว่ามีอย่างแน่นอนครับ

เล่นหุ้น, forex, bitcoin

error: Content is protected !!